แต่เชื่อไหมว่าเรื่องง่าย ๆ นี่แหละ ที่หลายๆธุรกิจยังตอบได้ไม่ชัดเลย วันนี้เรามาเรียนรู้เรื่องนี้ให้ลึกซึ้งกันนะคะ
เพราะการเข้าใจลูกค้าคือ พื้นฐานแรกของการทำการตลาดหรือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ก่อนที่จะค้นหา MarTech/ Digital Tools ทั้งหลาย ขอให้มั่นใจก่อนว่าคุณเข้าใจลูกค้าจริง มิฉะนั้นไม่ต่างจากการไปต่อสู้ในตลาดแบบตาบอด ต่อให้คุณมีอาวุธที่ดีก็ไร้ประโยชน์ เหมือนใช้ทรัพยากรทิ้งขว้างไปวัน ๆ
สิ่งที่น่าควรระวัง คือ คนทำงานส่วนใหญ่เชื่อว่าตัวเองอยู่กับลูกค้าทุกวัน และเชื่อว่าตัวเองเข้าใจลูกค้ามากพอแล้ววันนี้
การเข้าใจลูกค้าใน 4 ระดับ = คุณจะชนะลูกค้าได้ทุกตลาด
ลองมาดูกัน ว่าเข้าใจลูกค้าใน 4 ระดับนี้ไหม?
1.) Required needs
เป็นความต้องการพื้นฐานของ category นั้น ๆ ที่ลูกค้าทุกคนคาดหวังอยู่แล้ว เช่น
- ร้านอาหารต้องมีอาหารอร่อย
- ซื้อมือถือและซิมต้องโทรได้ สัญญาณไม่แย่
- แอปฯ ทำความสะอาด ต้องมีแม่บ้านมาบริการ เป็นต้น
ในจุดนี้เรียกว่า Basic ทุกธุรกิจต้องทำให้ได้มาตรฐานนี้ หรือทำได้ยอดเยี่ยม ตรงกันข้ามถ้าแบรนด์ไหนที่ทำข้อนี้ไม่ได้ หรือมีจุดขายแค่ระดับ Required Need จะเป็นแบรนด์ที่อ่อนแอมาก

ข้อคิด: Required needs ของธุรกิจคุณคืออะไรคะ ทุกวันนี้คุณสื่อสารแค่จุดนี้หรือไม่? หรือ คุณทำเรื่องนี้ได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน?
2.) Expected Needs
ความต้องการระดับที่สองนี้ คือ สิ่งที่ลูกค้าอยากได้ แต่มันอาจจะไม่ใช่หน้าที่หลักของสินค้าและบริการ เช่น
- ซื้อเครื่องครัวเแต่ได้เรื่องความสวยงามด้วย
- ใช้งานแอปฯ แม่บ้าน นอกจากเรื่องทำความสะอาดดีแล้ว ยังบริการดี แต่งตัวเรียบร้อย พูดเพราะ
- ซื้อคอนโด แล้วมีสระว่ายน้ำสวย ๆ ดีไซน์เก๋ ๆ โชว์เพื่อนบน IG
พวกความต้องการเหล่านี้ คือสิ่งที่เหนือหน้าที่หลัก แต่ทำให้ธุรกิจแตกต่างได้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

ข้อคิด: การหาความต้องการขั้นที่ 2 นี้ มาจากการค้นหา insight ที่เน้นการเข้าใจ Functional และ Emotional Benefit ของสินค้าประเภทนั้นๆ ที่ลูกค้าให้ความสำคัญแต่คู่แข่งรายอื่นๆยังทำได้ไม่ดี = โอกาสในการสร้างความแตกต่างที่เหนือว่าของคุณ
ตัวอย่างคุณค่าของรถมอเตอร์ไซค์
Functional Benefit ของมอเตอร์ไซค์
- ความสะดวกและคล่องตัวในการขับขี่
- ความสนุก ตื่นเต้นในการขับขี่
- ความอิสระ การได้โต้ลมและสัมผัสธรรมชาติ เต็มที่
- ประหยัดน้ำมัน
- ประหยัดเวลา
Emotional Benefit ของมอเตอร์ไซค์
- แสดงบุคลิก และตัวตนของผู้ขับขี่
- เป็นการเข้าสังคมกับเพื่อนๆ
- สอบสนองการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่ง
- มีความเท่ห์แบบลูกผู้ชาย

คุณเห็นไหมคะ ว่าสิ่งเหล่านี้คุณสามารถพัฒนาสินค้า และการสื่อสาร เพื่อเหนือกว่าและสะกดใจลูกค้าได้ มากกว่าแค่การขับขี่ทั่วไป
แล้วสินค้าของคุณล่ะคะ ลองลิสต์แบบนี้มาได้ไหม
แล้วคุณจะเห็นโอกาสมากมาย
3) Desired Needs
ความต้องการที่ลูกค้ามองหา แต่ยังไม่มียี่ห้อใดนำเสนอ (นอกเหนือจาก 2 ข้อแรกที่กล่าวมา) สิ่งที่นอกเหนือจากพื้นฐาน แต่ถ้าทำได้ ลูกค้าจะรักเรามาก = ยินดีจ่ายสูงกว่า
กรณีนี้วิธีการหาคำตอบ มักจะมาจากการเก็บ insight โดยตั้งคำถามในแนวทางต่อไปนี้
- สินค้าและบริการในอุดมคติ เทียบกับ สิ่งที่สินค้าของเราส่งมอบได้จริง
- เข้าใจ Context ในชีวิตเขาที่เกี่ยวข้องกับ Product & Service ของเรา
การเข้าใจสองข้อนี้ จะนำมาวิเคราะห์กันว่า Need Gap คืออะไร สิ่งนี้ทำให้ธุรกิจเราเหนือจากคู่แข่งได้จริง และจำเป็นที่ทุกธุรกิจต้องทราบเพื่อ สร้างความแตกต่างที่เหนือกว่าคู่แข่ง = ประสิทธิภาพในการตลาด เพราะ 2 ข้อแรก คู่แข่งและเราอาจจะทำไปหมดแล้ว

แต่แน่นอนค่ะ การจะเล่นข้อนี้ ทำ 2 ข้อแรกให้ผ่านก่อนนะ เช่น ร้านอาหารมีแนวคิดใหม่ ๆ แต่ไม่อร่อยเลย แบบนี้ก็ไม่ยั่งยืน
อีกเรื่องสำคัญคือ แบรนด์เราจะแข็งแรงหรือไม่ ไม่ได้วัดจากมุมของเรา แต่วัดจาก Perception ของกลุ่มเป้าหมายนะคะ ดังนั้นการคิดเองเออเองในองค์กร จึงเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก และเกิดขึ้นบ่อย ๆ
ข้อคิด: ธุรกิจเราสามารถตอบสนองความต้องการ 2 ข้อแรกได้ดีหรือไม่ และให้ความสำคัญกับการคิดค้นความต้องการระดับที่ 3 นี้หรือไม่? เพราะส่วนนี้ทำให้เราชนะคู่แข่ง แบบเหนือชั้นในตลาด
ยกตัวอย่าง: กรณีศึกษา Hungry Hub
Hungry Hub ที่ไม่ได้นำเสนอแค่การจองร้านอาหารที่แอปไหน ๆ ก็มี แต่แบรนด์นี้มีจุดขายที่การให้ลูกค้าทานอาหารแบบ Buffet ได้ทุกร้านอาหาร ถึงแม้จะเป็นร้านที่ไม่มี Buffet เช่น ถ้าเราชอบร้าน Andre’ ปกติจะเป็น A la Carte ต้องจองผ่าน Hungry Hub เท่านั้นถึงจะทานเป็น Buffet ได้
4.) Unexpected Needs
ความต้องการระดับนี้คือสิ่งที่น่าสนใจ และเร้นลับที่สุด เพราะมันคือความต้องการที่ ถึงแม้เวลาถามลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เขาก็อาจจะตอบไม่ได้
ดังนั้นการหา needs ในระดับนี้ไม่ใช่การถามแบบตรง ๆ แต่ต้องมีเทคนิคต่าง ๆ ในการค้นหา เช่น การใช้ Design Thinking และ Analytical Skills พิเศษในการค้นหา แต่ความต้องการในส่วนนี้ มีผลลัพธ์ที่ทรงพลังมาก สามารถทำให้เรามี Disruptive Change และสร้างอาวุธในการแข่งขันใหม่ ที่คู่แข่งไม่มี และสร้าง WOW factor ให้ลูกค้าได้
เหมาะสำหรับธุรกิจที่ผ่านการแข่งขันทั้ง 3 ระดับที่กล่าวมาแล้ว และมักจะเป็นธุรกิจที่เป็น Tech Driven Company ที่ต้องการมาปฎิวัติวงการต่าง ๆ

ยกตัวอย่าง: กรณีศึกษา อุปกรณ์นำทางของรถสิบล้อ
Insight ที่เจอคือ ในอดีตผู้ขับรถสิบล้อมักจะใช้แค่ Google Map เป็นตัวนำทาง การคิดค้นสินค้าส่วนใหญ่จะผลิตจากความต้องการพื้นฐานเดิม ๆ ในตลาด คือ 4 ข้อแรกด้านล่างนี้ที่เราเรียกว่า Incremental Change คือแค่ทำให้ดีกว่าคู่แข่งอีกนิด ในความต้องการเดิม = สร้างคุณสมบัติเดิม ๆ ที่ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น

ต่อมาเมื่อศึกษา Context ลึก ๆ ของการใช้สิบล้อ เราพบว่ามี pain point ที่กลุ่มเป้าหมายนี้มักพูดถึง คือ
- Pain point 1: การโดนตำรวจจับ เพราะการขับขี่ในเส้นทางที่ห้ามสิบล้อผ่าน หรือ ไปในเวลาที่ยังไม่อนุญาตให้สิบล้อไปได้
- Pain point 2: การชนสิ่งกีดขวาง ตามถนน เช่น เสาไฟ สะพานลอย ที่มีมูลค่าความเสียหายสูงมาก
ถึงจุดนี้ คุณเริ่มเห็นโอกาสในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าแล้วยังคะ ? มีบางอย่างที่เราทำได้ดีกว่า Google Map ด้วยซ้ำไป (ตอนแรกกลุ่มเป้าหมายนี้ยืนยันว่า Google map ดีที่สุด เห็นไหมว่ามีความต้องการบางอย่าง ที่ลูกค้าก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองต้องการ)

คราวนี้เมื่อนำ pain point มาแปลงให้เป็น Feature ที่ชนะใจลูกค้า และ คู่แข่งในตลาดได้ก็คือ
- บอกเส้นทาง สำหรับสิบล้อโดยเฉพาะ = remove pain point เรื่องตำรวจจับ
- มีเทคโนโลยี ที่ช่วยบอกความกว้าง ยาว สูงของทางข้างหน้าได้ = remove pain point เรื่องชนสิ่งกีดขวาง ที่ค่าเสียหายสูงมาก

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ตัวอย่างนะคะ ลูกค้าของคุณ คือแหล่งข้อมูลชั้นดีที่สุด เพื่อใช้ในการพัฒนายอดขายและการทำการสื่อสารที่โดนใจค่ะ ดังนั้นหากเราเข้าใจ insight ทำการตลาดอะไรก็จะชนะ
อ่านถึงตรงนี้ ลองทบทวนว่าธุรกิจของคุณตอบสนองความต้องการในระดับใดบ้างนะคะ ? มาคุยกันได้ค่ะ

Related Posts
Ready to transform your strategy into impact? Let’s connect and build marketing that moves people and markets.
GET IN TOUCH WITH US
-
Address
3rd Floor, 888/8-9 Mahatun Plaza, Ploenchit Rd., Lumpini, Pathum Wan Bangkok 10330, Thailand
Located at antrance Side (3-story low-rise building, not the main tower) on the left-hand side when facing the entrance, next to “Pitapata Massage” Blue door, access via 3 short stairs
-
Phone Number
+66 87-715-4972 (For work only)
+662-115-3233 (For Direction)
-
E-mail
taninthorn@hmbmarketing.agency
