การเข้าใจผู้บริโภคเป็นสิ่งที่สำคัญมากของโลกการตลาด การทำแคมเปญ รวมถึงโลกของดิจิทัล เพราะมนุษย์มีความซับซ้อนสูงมาก ดังนั้นการดีไซน์ สินค้า/บริการ หรือการทำแคมเปญที่ได้รับการตอบรับที่ดี จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายได้จริง คือสิ่งสำคัญมาก ๆ
ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำงานการตลาด งานโฆษณาที่ไหนก็ตาม สุดท้ายเป้าหมายคือการเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมลูกค้าอยู่ดี เช่น
การทำให้ลูกค้า…
- คลิกเพื่อซื้อสินค้าของคุณ
- โหลดแอฟของเรา
- หยิบสินค้าของเรามาใช้งาน
- ลูกค้าสมัครเป็นสมาชิกกับเรา
- อื่นๆ
B = MAP คืออะไร
วันนี้เรามาเข้าใจแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจเป็น model ที่ใช้วิเคราะห์ว่าการกระทำแต่ละอย่างของเราเกิดขึ้นได้อย่างไร และทำอย่างไรที่เราจะกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมตามที่เราต้องการ สูตรนี้ คือ
B = MAP ย่อมาจาก
Behavior = Motivation + Ability + Prompt
แนวคิดนี้คิดค้นโดย B.J. Fogg ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจิตวิทยาพฤติกรรมจาก Stanford University มหาลัยระดับโลกที่สหรัฐอเมริกา โมเดล B = MAP นั้นอธิบายไว้ว่าพฤติกรรมต่างๆของมนุษย์ซึ่งก็คือ Behavior จะเกิดขึ้นได้เมื่อมี 3 องค์ประกอบดังต่อไปนี้
- Motivation แรงจูงใจ
- Ability ความสามารถ
- Prompt คือ สัญญาณ ที่สะกิดหรือกระตุ้น
เข้าใจ elements ของปัจจัยขับเคลื่อนพฤติกรรม
1.) Motivation หรือ แรงจูงใจ
เป็นหนึ่งในพลังที่ขับเคลื่อนให้เรามีความต้องการที่จะทำกิจกรรม หรือ action อะไรซักอย่าง คอนเซปต์ของ “แรงจูงใจ” ฟังดูอาจจะเรียบง่ายแต่พอวิเคราะห์จริงๆแล้วกลับมีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็น ที่มาของแรงจูงใจนั้นมีหลากหลายช่องทางและมีความผันพวนอยู่ตลอดเวลา โดยแรงจูงใจแบ่งออกเป็น 3 หมวดคือ
1.1) Sensation (แรงจูงใจใน Physical level: Pain VS pleasure)
ในส่วนนี้คือการเข้า pain & pleasure ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย หลายคนๆอาจจะคิดว่าง่าย แต่จริงๆแล้วเราต้องเข้าใจลึกซึ้ง เช่น สำหรับคนชอบท่องเที่ยวอาจจะมีหลายประเภท pleasure ของคนที่ชอบผจญภัยอาจจะเป็นเรื่องการเจอประสบการณ์แปลกใหม่ ความผจญภัย ในขณะที่กลุ่มคนที่เที่ยวอีกกลุ่ม pleasure คือความสะดวก สบาย หรูหรา แค่นี้การทำการสื่อสารเพื่อสร้าง Motivation ก็ต่างกันคนละขั้วแล้ว

1.2) Anticipation (แรงจูงใจใน Emotional Level: Hope Vs Fear)
ในส่วนนี้คือด้านความรู้สึก เกี่ยวกับ Hope และ fear เราก็ต้องเข้าใจ insight เชิงลึกอีกเช่นกัน เช่น ถ้าเราจะทำโครงการบ้าน 100 ล้านสำหรับกลุ่มคน High Tier เราต้องเข้าใจว่าลึกๆคนกลุ่มนี้ยังมีความต้องการอะไรอีกบ้าง ทั้งๆที่มีเงินและเสกได้ทุกอย่าง แล้วเขายังขาดอะไรในชีวิต เช่น การสร้างบ้านที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในประเทศ หรือ ความพิเศษเหนือระดับให้คนอื่นได้ชื่นชม เป็นต้น การเข้าใจสองเรื่องนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำผลักดันพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายได้
1.3) Belonging (แรงจูงใจใน Social Level: Social Acceptance VS Social Rejector)
การเข้าใจมุมเรื่องสังคมก็สำคัญเช่นกัน ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายให้ความสำคัญด้านนี้หรือไม่ เช่น การใช้เสื้อผ้าที่อนุรักษ์ธรรมชาติดีต่อโลก ความต้องการลึกๆมาจากอยากช่วยโลก หรือ อยากจะแสดงออกให้เห็นว่าตัวตนของเราเป็นอย่างไร เพราะสองมุมมองนี้จะมีวิธีการตลาดที่แตกต่างกัน คือ แบบแรกเราอาจจะเน้นเรื่องราวของสินค้าที่ช่วยโลกมาได้อย่างไร แบบที่สองคือการประกาศให้เห็นจุดยืนของแบรนด์ให้สังคมภายนอกรู้จัก เพื่อให้ลูกค้าที่สวมใส่ได้ใช้ภาพลักษณ์นี้เพื่อแสดงตัวตนในสังคมไปด้วย

สรุป Motivation : การเข้าใจ insight ด้าน motivation ไม่ใช่แค่เข้าใจผิวๆทั่วไป แต่การเข้าใจลูกค้าลึกซึ้งเท่านั้น จึงจะชนะใจและจูงใจลูกค้าให้เปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง
ดังนั้นขอตั้งคำถามว่าคุณรู้จักลูกค้าลึกซึ้งมากแค่ไหนในแต่ละด้านนี้ ?
2.) Ability หรือ ความสามารถในการสิ่งนั้นได้ง่ายที่สุด
การกระทำบางอย่างจะไม่เกิดขึ้นได้ถ้าคนคนนั้นไม่มี ability ที่จะทำมัน เช่น ให้คนที่ชับรถไม่เป็นต้องมาขับรถไปซื้อของ ความสามารถนั้นไม่ได้ถูกจำกัดแค่ทักษะ แต่ยังหมายถึงเรื่องเหล่า ๆ นี้ด้วยคือ
- Time (เวลา) เช่น ใช้เวลาสมัครเพียง 3 นาที
- Money (เงิน) เช่น ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
- Routine (สอดคล้องกับพฤติกรรมหรือชีวิตประจำวัน) เช่น การแวะร้านกาแฟที่เป็นทางผ่านอยู่แล้ว
- Physical Effort (ทางกายภาพ) เช่น การสมัครแอฟใหม่ที่ต้องใช้ง่ายๆ
- Mental Effort (การคิดพิจารณา) เช่น การไม่ให้ลูกค้าต้องคิดซับซ้อน เช่น การกู้เงินโดยการมีตารางคำนวณราคาในการชำระให้เลือกดูหลายๆแบบ ไม่ต้องให้ลูกค้าจะนั่งคำนวณตารางผ่อนเองให้วุ่นวาย
สรุป Ability : หลักการส่วนนี้คือ ทำให้กลุ่มเป้าหมายของเราทำพฤติกรรรมนั้นให้ง่ายที่สุด คือ ไม่ต้องใช้เงิน ไม่ใช้แรง ไม่ใช้สมองคิดเยอะ ไม่ใช้เวลา ไม่ใช้ความลำบากใดๆ คือ ต้องง่ายขั้นสุดนะคะ ลองพิจารณาดูว่าทุกวันนี้เราออกแบบประสบการณ์ให้ง่ายในด้านต่างๆแบบนี้หรือไม่ ?

หมายเหตุ :แรงจูงใจ และ ความสามารถ เป็นคู่หูที่ช่วยส่งเสริมกันและกัน เราสามารถทำสิ่งที่ทำได้ยากเมื่อมีแรงจูงใจสูงมาก เช่น
- ผู้หญิงที่ออกกำลังอย่างหนักเพื่อใส่ชุดแต่งงานสวยๆ (ปกติไม่ชอบออกกำลังกายเลยแต่ motivation สูงมากเลยทำ)
- เช่นเดียวกัน เมื่อมีแรงจูงใจต่ำแต่ถ้าการกระทำนั้นสามารถทำได้ง่าย action นั้นก็เกิดได้เช่นกัน เช่น การอ่านหนังสือ 1 หน้าทุกๆวัน (ปกติอ่านเป็นเล่มคงยาก ไม่มีAbility เลยเริ่มจากอ่านวันละหน้า)
3.) prompt หรือ สัญญาณ
การกระทำอะไรจะเกิดขึ้นได้ต้องมีสัญญาณ ในวัน ๆ นึงมีสัญญาณมากมายให้เราทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เห็น notification จากมือถือเราเลยเข้าแอปในมือถือ เดินผ่านตลาดได้กลิ่นลูกชิ้นปิ้งกินจึงซื้อซักไม้สองไม้ ก็ถือเป็น prompt แล้ว
จะเห็นว่า สัญญาณ นั้นมีหลากหลายแบบมากซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น
- สัญญาณจากในจิตใจ เช่น การนึกขึ้นได้ว่ามีนัดกับเพื่อนวันศุกร์
- สัญญาณจากแวดล้อม เช่น การเห็น notification จากมือถือ พนักงานเซเว่นถามว่าเอาซาลาเปา ขนมจีบไหม? ร้านกาแฟที่ส่งกลิ่นมานอกร้าน
- สัญญาณจากความเคยชิน เช่น คนที่แปรงฟันแล้วต้องใช้น้ำยาป้วนมากเป็นกิจวัตร

การดีไซน์ สัญญาณ นั้นมีผลต่อการ influence ต่อ action ค่อนข้างมาก เช่น เรามักลืมทำนู่นนี่ให้คนในครอบครัว ทั้งที่เรามีแรงจูงใจที่จะทำและเรื่องที่ทำไม่ได้เหนือไปกว่าความสามารถ แต่ ถ้าเราต้องอาศัย สัญญาณจากจิตใจ และ ในหนึ่งวันเรามีเรื่องให้คิดเป็นพันอย่าง การกระทำก็คงไม่เกิดขึ้นแต่ถ้าลองมีโน้ตแปะไว้ตอนไปซื้อของว่าต้องซื้อชาให้แม่ด้วย การกระทำก็มีโอกาสจะเกิดขึ้นสูงมากกว่า
สรุป Prompt : นักการตลาดหรือโฆษณามักใช้สัญญาณจากสิ่งแวดล้อมเยอะมาก เพราะเป็นอันที่เราควบคุมได้ เช่น การตั้งป้าย การให้พนักงานพูดเชิญชวน การทำ reminder/ Notification และ อื่นๆอีกมากมาย เพื่อให้เกิดพฤติกรรมที่เราต้องการ
Case Study: แคมเปญกระตุ้นการสมัคร Dolfin Wallet
Dolfin เป็นแอฟกระเป๋าเงินใหม่ ที่ต้องการกระตุ้นให้เกิดการสมัครแอปฯ มากขึ้น นอกเหนือจากโฆษณาที่มีมากมาย ทางแบรนด์นี้ยังออกแบบประการณ์ ณ จุดขาย ให้มีกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการโหลดแอฟนี้ด้วย ยกตัวอย่างการทำเคมเปญร่วมกับร้าน KFC

Behavior พฤติกรรมที่ต้องการ (B) = การโหลดแอฟ Dolfin ณ จุดขาย
- Motivation แรงจูงใจ (M) =
- ได้ส่วนลด KFC 5%
- ปกติเป็นลูกค้าประจำของ KFC อยู่แล้ว
- สมัครวันนี้รับไก่แซ่บฟรีทันที
- Ability ความสามารถ (Ability) =
- สมัครง่าย เพียงแค่โหลดแอฟและสมัคร 3 นาที
- ไม่มีค่าใช้จ่าย
- ถ้าทำไม่เป็น พนักงานจะโหลดทำให้ทันที
- Prompt สัญญาน (Prompt) =
- มีป้ายบอกตรงแคชเชียร์ หรือ counter
- พนักงานกระตุ้นถาม “สมัครบัตร Dolfin ไหมคะ สมัครฟรี ได้ไก่แซ่บฟรีทานทันทีวันนี้ และใช้เป็นส่วนลด 5% ทุกสาขา”
ทั้งหมดนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนทำงานนะคะ ต่อไปนี้หากคุณอยากให้มั่นใจว่าเราเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าตามที่เราต้องการหรือกระตุ้นให้เกิดการซื้อได้จริงได้หรือไม่ ขอให้นึกถึงสูตร B= MAP ไว้นะคะ ว่าคุณได้วางแผนจนครบทั้ง 3 องค์ประกอบแล้วหรือยัง ?
เขียนโดย บังอร สุวรรณมงคล
Insight and Strategy Expert
Related Posts
Ready to transform your strategy into impact? Let’s connect and build marketing that moves people and markets.
GET IN TOUCH WITH US
-
Address
3rd Floor, 888/8-9 Mahatun Plaza, Ploenchit Rd., Lumpini, Pathum Wan Bangkok 10330, Thailand
Located at antrance Side (3-story low-rise building, not the main tower) on the left-hand side when facing the entrance, next to “Pitapata Massage” Blue door, access via 3 short stairs
-
Phone Number
+66 87-715-4972 (For work only)
+662-115-3233 (For Direction)
-
E-mail
taninthorn@hmbmarketing.agency
